บทความนี้เป็นการอธิบายกฎหมายที่ประกาศใช้แล้ว เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการซึ่งไม่ได้มีคุณวุฒิทางกฎหมายไทย ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำจากผู้ประกอบวิชาชีพ และไม่ใช่การคาดการณ์ว่าศาลหรือพนักงานอัยการจะวินิจฉัยข้อเท็จจริงชุดใดอย่างไร
กฎหมายวัตถุลามกทั่วไปของไทยอยู่ที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ ซึ่งเอาผิดผู้ที่เพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้า ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือส่งออกซึ่งวัตถุลามก โทษจำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการเผยแพร่ทางออนไลน์อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ (๔) โทษจำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งสองมาตรานี้มีรายละเอียดเต็มอยู่ในบทความกฎหมายสื่อลามกของไทยของเรา ประเด็นที่ต้องเข้าใจเพื่ออ่านบทความนี้มีเพียงข้อเดียว คือทุกอนุมาตราของมาตรา ๒๘๗ ผูกอยู่กับความมุ่งหมายเพื่อการค้าหรือการเผยแพร่ ไม่ใช่การครอบครองเปล่า ๆ
ระบบกฎหมายคุ้มครองเด็กแยกออกจากระบบข้างต้นโดยสิ้นเชิง และไม่ได้ตกอยู่ภายใต้เงื่อนไขความมุ่งหมายทางการค้าแบบเดียวกัน พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๒๖ (๙) ห้ามบังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยงส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการในลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม บทบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๖ ต่อมาพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งมีผลใช้บังคับวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้เพิ่มมาตรา ๒๘๗/๑ และ ๒๘๗/๒ เข้าไปในประมวลกฎหมายอาญา ยกความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกเด็กออกมาเป็นบทบัญญัติเฉพาะของตัวเอง
จุดต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างสองระบบนี้คือความมุ่งหมายทางการค้า มาตรา ๒๘๗/๑ กำหนดให้การครอบครองสื่อลามกเด็กเพื่อความใคร่ทางเพศของตนเองเป็นความผิดได้ทันที จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท และการส่งต่อให้ผู้อื่นมีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท ไม่ต้องมีความมุ่งหมายทางการค้าหรือการเผยแพร่แต่อย่างใด ต่างจากมาตรา ๒๘๗ อย่างสิ้นเชิง ส่วนมาตรา ๒๘๗/๒ ครอบคลุมการผลิต การค้า การเผยแพร่ การนำเข้า การส่งออก และการแสดงต่อสาธารณชนซึ่งสื่อลามกเด็ก มีอัตราโทษที่สูงกว่ามาตรา ๒๘๗/๑ อย่างมีนัยสำคัญ แต่ช่วงอัตราโทษที่แน่นอนยืนยันไม่ได้จากแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ จึงไม่ระบุตัวเลขไว้ในบทความนี้
สิ่งที่ไม่พบในกฎหมายไทยก็สำคัญไม่แพ้สิ่งที่พบ การตรวจสอบตัวบทที่เกี่ยวข้องไม่พบกลไกบังคับให้ผู้ผลิตเก็บบันทึกหลักฐานอายุและตัวตนของผู้แสดงทุกคนไว้ พร้อมแนบคำแถลงระบุผู้เก็บรักษาบันทึกไว้กับสื่อทุกชิ้น ในลักษณะเดียวกับที่ 18 U.S.C. § 2257 กำหนดไว้ในกฎหมายสหรัฐฯ ข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วในบทความกฎหมายสื่อลามกของไทย คือประเทศไทยไม่มีช่องทางออกใบอนุญาตผลิตสื่อลามกในทุกกรณี พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีระดับการจัดประเภทเจ็ดระดับแต่ไม่มีระดับใดรองรับสื่อลามก เมื่อไม่มีผู้ผลิตที่ถูกกฎหมาย ก็ไม่มีฐานให้เกิดระบบตรวจสอบอายุฝั่งผู้ผลิตขึ้นมาได้ตั้งแต่ต้น การป้องกันเด็กจากสื่อลามกในกฎหมายไทยจึงทำงานผ่านการเอาผิดฐานครอบครองและฐานใช้เด็กแทน ไม่ใช่ผ่านระบบเอกสารรับรองอายุก่อนการผลิตแบบสหรัฐฯ